โลกแห่งความเป็นจริงที่สะท้อนผ่านคำหยาบคายออนไลน์คืออะไร? โลกที่มีคำ F-word ถึง 201 รูปแบบ ― แผนที่ล่าสุดของ "คำหยาบคาย" จากการวิเคราะห์ 1.7 พันล้านคำ

โลกแห่งความเป็นจริงที่สะท้อนผ่านคำหยาบคายออนไลน์คืออะไร? โลกที่มีคำ F-word ถึง 201 รูปแบบ ― แผนที่ล่าสุดของ "คำหยาบคาย" จากการวิเคราะห์ 1.7 พันล้านคำ

“การสบถ (Swearing) ไม่ใช่แค่ ‘คำหยาบ’ แต่เป็นกระจกวัฒนธรรมที่สะท้อนสังคมและบุคคล”—— ดร. มาร์ติน ชไวน์เบอร์เกอร์ นักภาษาศาสตร์ประยุกต์จากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ในออสเตรเลียได้สรุปเช่นนั้นหลังจากขุดค้นคำสบถที่ซ่อนอยู่ในคอร์ปัสภาษาอังกฤษออนไลน์ที่มีคำถึง 1.7 พันล้านคำ เมื่อถอดรหัส “คำพูดที่มีพิษ” ที่กระจายอยู่ในโลกออนไลน์ จะเห็นได้ชัดเจนถึงลักษณะประจำชาติ ความเชื่อทางศาสนา และสภาพแวดล้อมของสื่อ มาทำการวิเคราะห์อย่างละเอียดถึงความเป็นจริงของ “วัฒนธรรมคำ F” ที่อาจดูเหมือนไกลตัวแต่ไม่สามารถละเลยได้สำหรับชาวญี่ปุ่น โดยใช้ผลการวิจัยและเสียงสดจากโซเชียลมีเดีย

1. ขนาดของการวิจัย — ข้อความสด 1.7 พันล้านคำในช่วงประมาณ 60 ปี

วัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์ครั้งนี้คือเอกสารเว็บที่เปิดเผยที่ไม่รวมโซเชียลมีเดีย เช่น ข่าวสาร แถลงการณ์ของรัฐบาล เว็บไซต์ของบริษัท และบล็อก โดยใช้คอร์ปัส “GloWbE (Global Web-Based English)” ซึ่งดึงคำจากภาษาอังกฤษใน 20 ภูมิภาคจำนวน 1.7 พันล้านคำ เป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่ใช้มาตรฐานในโลกของภาษาศาสตร์อังกฤษและได้รับการตรวจสอบเพื่อเปรียบเทียบความแปรปรวนทางภาษาphys.org

  • คำสบถที่ตรวจพบ: 597 รูปแบบ (รวมคำย่อและคำสะกดผิด)

  • รูปแบบที่แตกต่างของ “fuck”: 201 ชนิด

  • ช่วงเวลาตัวอย่าง: ปลายทศวรรษ 1990 ถึง 2024

2. ราชาแห่งคำสบถคืออเมริกา — ความขัดแย้งระหว่าง “ความศรัทธา” และ “ปัจเจกนิยม”

แม้คำสบถจะพบได้ยากเพียง 3-4 คำต่อ 10,000 คำ แต่เมื่อดูอัตราส่วนผู้ใช้ พบว่าอเมริกามี 13.3% สหราชอาณาจักรประมาณ 10% และออสเตรเลีย 9.4% ซึ่งน่าแปลกใจที่อเมริกาซึ่งมีความเชื่อทางศาสนาที่ค่อนข้างอนุรักษ์นิยมกลับมีอัตราสูงสุด ดร. ชไวน์เบอร์เกอร์วิเคราะห์ว่า “แม้การสบถในที่สาธารณะจะถูกตำหนิ แต่ในโลกออนไลน์ที่ไม่เปิดเผยตัวตน การสบถกลายเป็น ‘การแสดงออกตัวตน’ ที่ระเบิดออกมา”phys.org


ปรากฏการณ์เฉพาะของอเมริกาคือการหลีกเลี่ยงการใช้ “bloody” ที่ภูมิภาคอื่นใช้โดยไม่ลังเล และใช้ “damn” แทน การ “สบถที่มีพื้นฐานทางศาสนา” ยังคงถูกหลีกเลี่ยงอย่างมาก และแม้แต่การสบถก็มีเส้นแบ่งที่ชัดเจนว่า “จะเกี่ยวข้องกับพระเจ้าหรือไม่”


3. สหราชอาณาจักรและออสเตรเลีย — “ต้นตำรับคำสบถ” และ “การสะกดคำอย่างสร้างสรรค์”

สหราชอาณาจักรมีความถี่ของ “cunt” ที่เหนือกว่าภูมิภาคอื่น แม้จะเป็นคำที่ถือว่ารุนแรงที่สุดในรหัสการออกอากาศ แต่ก็ถูกนำไปใช้เป็นชื่อเล่นในหมู่เพื่อนสนิทได้ ซึ่งแสดงถึงการพึ่งพาบริบทสูง ในขณะที่ออสเตรเลียแม้จะมีความถี่ต่ำกว่า แต่ก็ผลิตคำที่แตกต่างจาก F word เช่น “no wuckers” และ “no wucking furries” ทำให้ออสเตรเลียเป็นผู้นำในด้าน “ความสร้างสรรค์” นี่เป็นหลักฐานว่าการสบถที่หยาบคายในการสื่อสารแบบเผชิญหน้าได้ถูกย้ายไปยังการเขียน


4. Reddit และ X คึกคัก — “ออสเตรเลียที่ 3?” “อเมริกาเป็นราคาของเสรีภาพ”

เมื่อสื่อข่าวในอเมริกา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลียเผยแพร่งานวิจัยนี้ โซเชียลมีเดียก็ตอบสนองทันที

  • Reddit “r/AskReddit”: “ในที่สุด ‘ประเทศแห่งเสรีภาพ’ ก็มีคำพูดที่เสรีด้วย” “แต่ดูเหมือนว่าประเทศในแถบสลาฟจะรุนแรงกว่า?” มีความคิดเห็นมากกว่าพันรายการreddit.com

  • กระดานสนทนาออสเตรเลีย “r/straya”: “การที่เราสงบเสงี่ยมในอินเทอร์เน็ตหมายความว่าให้พูดในชีวิตจริงเหรอ ฮ่าๆ” มีการแสดงมุกตลกเสียดสีตัวเองมากมายreddit.com

  • 日本Twitter(引用記事:Karapaia)では、「米国は“asshole”文化、英国は“cunt”文化、なら日本は何文化?」と、自国の罵語欠如を逆に誇る声が散見。karapaia.com

  • The Guardian読者コメント欄では、「アングロ圏の罵倒語は植民地時代の階級制度の名残」という歴史的考察も登場。theguardian.com

5. มุมมองจากญี่ปุ่น――ช่องว่างของ“การรู้เท่าทันคำหยาบคาย”

ในด้านการศึกษาอังกฤษ มักจะไม่ครอบคลุมคำต้องห้ามอย่างเป็นระบบ แต่ในธุรกิจระหว่างประเทศและโซเชียลมีเดีย การวัดอุณหภูมิอารมณ์ของคู่สนทนาเป็นสิ่งจำเป็น ตัวอย่างเช่น ในการประชุมแชทของสหรัฐอเมริกา แม้จะมีคำว่า “WTF” ปรากฏขึ้นก็ไม่จำเป็นต้องตกใจ แต่ในสหราชอาณาจักร หากมีคำว่า “bloody” อาจจะต้องมีการขอโทษเล็กน้อย——การเข้าใจ “ความแตกต่างของอุณหภูมิ” เหล่านี้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับการพัฒนาทักษะการสื่อสารระดับโลกของคนญี่ปุ่น

6. คำหยาบคายเป็นน้ำมันหล่อลื่นของสังคมหรือเป็นเชื้อเพลิงของความเกลียดชัง?

นักวิจัยเตือนถึงการมองคำหยาบคายว่าเป็น “สิ่งชั่วร้าย” เพียงอย่างเดียว การด่าทอในสถานการณ์ที่เหมาะสมสามารถลดความเครียด สร้างความรู้สึกเป็นพวกเดียวกัน และบรรเทาความเจ็บปวด (ยืนยันจากการทดลอง) อย่างไรก็ตาม คำที่มีการเหยียดเชื้อชาติหรือโจมตีทางเพศยังคงเป็นปัญหาสังคมที่สำคัญ

7. มุมมองในอนาคต――ใครจะเป็นผู้ควบคุม “คำพูดร้ายกาจ” ในยุค AI?

ในปัจจุบันที่ AI สร้างข้อความจำนวนมาก การกรองคำหยาบคายและการวิเคราะห์อารมณ์เป็นหัวข้อที่อยู่ในแนวหน้าของการควบคุมเนื้อหา หากมีคำหยาบคาย 400-600 รูปแบบในภาษาอังกฤษ การทำให้เป็นหลายภาษาและหลายโหมดจะทำให้ซับซ้อนขึ้นอย่างทวีคูณ ในภาษาญี่ปุ่น ตั้งแต่คำว่า “くそ” และ “死ね” ไปจนถึงการแปลงรูปเป็นอีโมจิ ฟิเนส และคานะครึ่งตัว ในอนาคตอาจมีการพัฒนา “การเข้ารหัสคำแสลง”

8. สรุป: การวิเคราะห์ “ความโกรธและอารมณ์ขันในระดับโลก” ด้วยตัวเลข

  • คำหยาบคายที่ใช้มากที่สุด: fuck (201 รูปแบบ)

  • ประเทศที่พูดคำหยาบคายที่สุด: สหรัฐอเมริกา (0.036%)

  • ความคิดสร้างสรรค์สูงสุด: ออสเตรเลีย (จำนวนการสะกดคำที่หลากหลาย)

  • ประเทศที่คำศาสนายังคงอยู่มากที่สุด: สหรัฐอเมริกา (damn)

คำหยาบคายเป็นการระเบิดของความโกรธและในขณะเดียวกันก็เป็นน้ำมันหล่อลื่นของอารมณ์ขัน การรู้จัก “วิธีการโกรธของผู้อื่น” ในขณะที่โลกเชื่อมต่อกันผ่านอินเทอร์เน็ตเป็นก้าวแรกในการทำความเข้าใจวัฒนธรรมที่แตกต่าง อาจถึงเวลาที่พื้นที่ออนไลน์ของญี่ปุ่นจะต้องเรียนรู้ “การรู้เท่าทันคำหยาบคาย” ของโลก ไม่ใช่แค่ “ภาษาญี่ปุ่นที่อ่อนโยน” เท่านั้น


บทความอ้างอิง

ข้อความออนไลน์ 1.7 พันล้านคำเผยให้เห็นถึงความเป็นจริงของ "คำด่า" ทั่วโลก
แหล่งที่มา: https://phys.org/news/2025-06-billion-words-online-text-world.html