ค่าอาหารพุ่งสูง!? 5 เคล็ดลับประหยัดสุดยอดในยุคเงินเยนอ่อนค่าและเงินเฟ้อ

ค่าอาหารพุ่งสูง!? 5 เคล็ดลับประหยัดสุดยอดในยุคเงินเยนอ่อนค่าและเงินเฟ้อ

【บทนำ】

การอ่อนค่าของเงินเยนและราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นกำลังส่งผลกระทบต่อโต๊ะอาหาร และความกังวลเกี่ยวกับ "ราคาสูง" กำลังแพร่กระจาย แล้วราคาสินค้าอาหารในอนาคตจะเป็นอย่างไร? เราได้รวบรวมข้อมูลล่าสุดและความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อสรุปเบื้องหลังและแนวโน้ม รวมถึงกลยุทธ์ที่เป็นรูปธรรมในการปกป้องครัวเรือนของคุณ



【ตอนนี้เกิดอะไรขึ้น?】

ตามข้อมูลจาก CPI ของกระทรวงมหาดไทย ดัชนี "อาหาร" ในปี 2024 อยู่ที่ 117.8 เพิ่มขึ้น 4.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉพาะอาหารสดเพิ่มขึ้น 7.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า 

ราคาขายข้าวสาลีนำเข้าของรัฐบาลลดลง 4.6% ในไตรมาสเมษายน 2025 แต่การอ่อนค่าของเงินเยนที่ระดับ 140 เยนยังคงผลักดันต้นทุนวัตถุดิบให้สูงขึ้น ทำให้การปรับราคาขึ้นของขนมปังและเส้นบะหมี่ยังคงดำเนินต่อไป 



【แนวโน้มในอนาคต】

◆การอ่อนค่าของเงินเยนในระยะยาว: การสำรวจภาคเอกชนคาดการณ์ว่าในปลายปี 2025 อัตราแลกเปลี่ยนจะอยู่ที่ 1 ดอลลาร์ = 140 เยนต้นๆ 

◆การเพิ่มขึ้นของค่าจ้าง: ค่าจ้างขั้นต่ำในปี 2025 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1,100 เยนทั่วประเทศ ทำให้ต้นทุนการรับประทานอาหารนอกบ้านและการแปรรูปเพิ่มขึ้น 

◆ต้นทุนนำเข้าที่ลดลง: ราคาข้าวสาลีและน้ำมันพืชในตลาดโลกเริ่มสงบลง ทำให้อัตราการปรับราคาขึ้นช้าลง

◆การปรับราคาขึ้นอีกครั้ง: ธนาคารข้อมูลเทมโปคาดการณ์ว่าการปรับราคาสินค้าอาหารในปี 2025 จะมีขนาดถึง 20,000 รายการต่อปี 

→นักเศรษฐศาสตร์หลายคนคาดการณ์ว่า "ครึ่งแรกของปี 2025 จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และครึ่งหลังจะคงที่หรือลดลงเล็กน้อย"



【5 ข้อในการปกป้องครัวเรือน】

①《ซื้อของในวันลดราคา》—ใช้เทคนิคการแช่แข็งเพื่อป้องกันการสูญเสียและประหยัดค่าไฟฟ้า

②《เปลี่ยนไปใช้ผักตามฤดูกาลในประเทศ》—ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนน้อยและมีคุณค่าทางโภชนาการดี ใช้ประโยชน์จากร้านขายตรงของ JA

③《สินค้าบรนด์ส่วนตัวที่ปรับราคาช้า》—ลดค่าใช้จ่ายคงที่ด้วยแบรนด์ส่วนตัวของซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านขายยา

④《แอปแชร์อาหารและส่วนลด》—รับสินค้าที่ใกล้หมดอายุในราคาถูกด้วย "TABETE" และ "No Food Loss"

⑤《หุงข้าวและเตรียมอาหารล่วงหน้า》—หุงข้าวทีเดียวและใช้การปรุงอาหารในถุงพลาสติกเพื่อลดค่าแก๊ส



【สรุป】

ราคาสินค้าอาหารจะไม่ลดลงในระยะสั้น แต่คาดว่าอัตราการเพิ่มจะช้าลงและจะเข้าสู่ภาวะ "คงที่ในระดับสูง" ติดตามตัวเลขและปรับปรุงวิธีการซื้อและการเก็บรักษาเพื่อรับมือกับคลื่นของราคาสูงอย่างชาญฉลาด!